กระดานสนทนา

ท่านคิดว่า วีรกรรมของชาวบ้านบางระจันยังคงมีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อในเรื่องความรักชาติของคนไทยในปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร

Posted in กระดานสนทนา | 2 Comments

อนุสาวรีย์บางระจัน

picture-44255451333

           อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน อยู่ที่อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ ประดิษฐ์รูปหล่อ วีระชนซึ่งเป็นชาวบ้านบางระจันที่ได้แสดงวีรกรรมอันกล้าหาญ ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของคนไทย ซึ่งเป็นชาวบ้านของคนกลุ่มหนึ่ง เสียสละชีวิต แสดงความรักชาติบ้านเมืองได้ รวมพลังขึ้นเองอย่างจริงใจ และฉับพลันในยามบ้านเมืองมีศึก ตั้งค่ายต่อต้าน กองทัพพม่าข้าศึกต่อสู้ได้ชัยชนะ ถึง 7 ครั้งเพื่อถ่วง เวลาคอยกองทัพหลวงจากกรุงศรีอยุธยาได้ นานถึง 5 เดือน จึงได้แพ้แก่ข้าศึกเมื่อวัน จันทร์เดือน 8 แรม 2 ค่ำ ปีจอ วีรกรรมของ ท่านไว้ด้วยความภาคภูมิใจเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่คนไทย ผู้รักผืนแผ่นดินไทย จังหวัดสิงห์บุรีพร้อมด้วย ประชาชนชาวไทยพร้อมใจกัน สร้างอนุสาวรีย์และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชได้เสด็จประกอบพิธีเปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2519

Posted in อนุสาวรีย์ชาวบางระจัน | 2 Comments

วีรกรรมบางระจัน

พม่าได้พยายามเข้ามาตีชาวบ้านบางระจันถึง 7 ครั้ง  แต่ไม่สำเร็จ  จนในครั้งสุดท้ายสุกี้ชาวมอญ ซึ่งเป็นนายกองใหญ่ของพม่า  ได้เคยอยู่ในเมืองไทยเป็นเวลานาน  และรู้ว่าชาวบ้านบางระจันถนัดรบในที่แจ้ง  จึงอาสามาปราบชาวบ้านบางระจัน  โดยสั่งให้ยิงปืนใหญ่เข้าไปในค่ายแทนการสู้รบกันกลางแจ้ง  ทำให้คนไทยต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  นายทองเหม็นได้ขี่กระบือบุกเข้าค่ายพม่า  แต่ถูกพม่ารุมทำร้ายจนตาย

ส่วนฝ่ายไทยไม่มีปืนใหญ่ยิงตอบโต้  ครั้งเมื่อขอไปทางกรุงศรีอยุธยาก็ไม่ให้  โดยอ้างว่าเกรงจะถูกข้าศึกแย่งไประหว่างทาง  ชาวบ้านจึงช่วยกันหล่อปืนใหญ่เอง  โดยบริจาคของใช้ทุกอย่างที่ทำด้วยทองเหลืองมาหล่อปืนได้สองกระบอก  แต่พอทดลองยิง  กระบอกปืนก็แตกจนใช้การไม่ได้  ในที่สุดชาวบ้านบางระจันก็พ่ายแพ้แก่พม่า  โดยการต่อสู้กันมานานถึง 5 เดือน

วีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน  ได้รับการยกย่องว่า เป็นเกียรติภูมิของคนไทยอันมีค่ายิ่ง  และถือเป็นตัวอย่างอันดีของอนุชนรุ่นหลัง  ทางราชการจึงได้สร้างอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน  (เป็นรูปหล่อของวีรชนที่เป็นหัวหน้าทั้ง 11 คน  คือ  นายแท่น  นายโชติ  นายอิน  นายเมือง  นายดอก  นายแก้ว  ขุนสรรค์  นายจันทร์หนวดเขี้ยว  นายทองเหม็น  นายทองแสงใหญ่  และนายพันเรือง)  ขึ้นบนเนินสูงหน้าค่ายบางระจัน  ที่อำเภอบางระจัน  จังหวัดสิงห์บุรี  เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สืบต่อไป

Posted in วีรกรรมบางระจัน | Tagged | 2 Comments

ประวัติวีรชนบางระจัน

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  ก่อนจะเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พม่าได้ยกกองทัพเข้ามา 2 ทาง  คือ  ทางเมืองกาญจนบุรีและเมืองตาก  ทัพของเนเมียวสีหบดีได้มาตั้งค่ายอยู่ที่เมืองวิเศษชัยชาญ  แล้วให้ทหารออกปล้นสะดมทรัพย์สมบัติ  เสบียงอาหาร  และข่มเหงราษฎรไทย  กลุ่มบุคคลที่บางระจันประกอบด้วยหัวหน้า 6 คน  คือ  นายแท่น  นายโชติ  นายอิน  นายเมือง  นายดอก  และนายแก้ว  ได้รวบรวมชาวบ้านต่อสู้กับพม่า  โดยได้อัญเชิญพระอาจารย์ธรรมโชติ  จากสำนักวัดเขานางบวช  แขวงเมืองสุพรรณบุรี  ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องวิชาอาคมมาร่วมให้กำลังใจ  และมีหัวหน้าเพิ่มขึ้นอีก  คือ  ขุนสรรค์  นายจันทร์หนวดเขี้ยว  นายทองเหม็น  นายทองแสงใหญ่  และพันเรือง  ช่วยกันตั้งค่ายบางระจันขึ้น  เพื่อต่อสู้ขัดขวางการรุกรานของพม่า

ประวัติ 11 วีรชนบางระจัน

พันเรือง

1. นายพันเรือง  เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เมื่อถูกพม่าเข้าปล้นหมู่นบ้าน ทั้งข้าวปลาอาหาร ส่วนชาวบ้านถูกทหารพม่ารังแก ข่มเหง จึงได้รับความเดือดร้อน นายพันเรือง นายทองแสงใหญ่ และนายจันหนวดเขี้ยวปรึกษากันว่า ให้ชาวบ้านบางระจันทั้งหมดไปอยู่ที่วัดโพธิ์เก้าต้น เพื่อหลบทหารพม่า เพราะมีคลองธรรมชาติล้อมรอบถึง 2 ชั้น และชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านจำนวนหนึ่ง ซึ่งแบ่งกลุ่มกันออกลาดตะเวน หลอกล่อทหารพม่าให้หลงทาง และนายพันเรืองยังเป็นผู้ออกความคิดหล่อปืนใหญ่ เพื่อยิงทำลายค่ายพม่า จึงชวนชาวบ้านให้เสียสละทองเหลือง ทองแดง หล่อปืนขึ้น 2 กระบอก แต่ใช้การไม่ได้ อาจเพราะโลหะไม่ได้เป็นชนิดเดียวกัน หรือไม่ชำนาญ ชาวบ้านต้องอยู่ในสภาพเสียขวัญกำลังใจ และท่านได้หลบหนีทหารพม่าในคราวค่ายแตกไปเสียชีวิตริมฝั่งคลอง หน้าวัดขุนสงฆ์ห่างจากค่ายประมาณ 2.5 กิโลเมตร

นายแท่น

2. นายแท่น  เป็นคนบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์บุรี เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญ และมีฝีมือในการวางแผนรบ จัดว่าเป็นแม่ทัพใหญ่อีกคนหนึ่ง นายแท่นคุมพลเข้ารบกับทหารพม่าหลายครั้งได้รับชัยชนะ ในการรบครั้งที่ 4 ท่านคุมพล 200 คน เป็นทัพหลวง คุมพลเข้าตีลวงพม่าก่อน และให้ทหารปีกขวาและปีกซ้ายตีโอบหลัง สนามรบคือฝั่งคลองทุ่งห้วยไผ่สะตือสี่ต้น ในการรบครั้งนั้นท่านได้รับชัยชนะ และสามารถฆ่าแม่ทัพพม่าได้ คือ สุรินทร์จอข่อง แต่ท่านก็ได้รับบาดเจ็บที่เข่า เนื่องจากถูกอาวุธของข้าศึก ต้องหามกลับค่ายหลังจากนั้นท่านต้องนอนรักษาตัวอยู่ในค่าย ไม่นานก็เสียชีวิต เพราะพิษบาดแผล ทำให้ทุกคนในบางระจันเสียขวัญกำลังใจ เนื่องจากขาดบุคคล ซึ่งเป็นที่พึ่ง 1 ใน 11 ท่าน ทุกคนในค่ายต้องหลั่งน้ำตาในการจากไปของท่าน

นายโชติ

3. นายโชติ  เป็นคนบ้านศรีบัวทอง แขวงเขตเมืองสิงห์บุรีติดต่อเมืองสุพรรณบุรี นายโชติได้รวมชาวบ้านที่ถูกกองลาดตะเวนของทหารพม่าข่มเหง และให้ส่งหญิงสาวให้ ในครั้งนั้นท่านกับพรรคพวกได้ลวงทหารพม่าไปฆ่าได้กว่า 20 คน จากนั้นท่านและชาวบ้านจึงมาอยู่รวมกัน ณ บางระจัน ท่านได้ต่อสู้กับทหารพม่า จนเสียชีวิตในสนามรบ

นายอิน

4. นายอิน   เป็นคนบ้านสีบัวทอง ที่มากับนายแท่น นายโชติ นายเมือง เป็นคนหนึ่งที่ร่วมกันฆ่าทหารพม่าในครั้งแรก แล้วมารวมรวมกำลังตั้งค่ายบางระจันขึ้น ณ วัดโพธิ์เก้าต้น ท่านเป็น 1 ใน 11 ผู้นำชาวบ้านที่ออกต่อสู้กับทหารพม่า ด้วยความกล้าหาญจนตัวตายในสนามรบ

นายดอกแก้ว

5. นายดอกแก้ว   อยู่เมืองวิเศษชัยชาญ เมืองถูกกองทัพพม่าตีเมืองวิเศษชัยชาญแตกและยึดเมืองได้ นายทองแก้วจึงรวบรวมชาวบ้านหลบหนีไปอยู่ที่บ้านโพธิ์ทะเล ท่านหนีออกมาคราวเดียวกับนายดอก ต้องแยกทัพกันอยู่เพราะมีชาวบ้านจำนวนมาก

นายทองแสงใหญ่

6. นายทองแสงใหญ่   ท่านเป็น 1 ใน 11 ท่านที่เป็นผู้นำระดับแนวหน้า และท่านเป็นผู้ที่คิดตั้งค่ายน้อยเพื่อลวงทหารพม่า ได้คัดชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่ง ตั้งค่ายขึ้นอีกค่ายหนึ่ง ซึ่งห่างจากค่ายใหญ่ออกไป ในค่ายใหญ่เต็มไปด้วยคนแก่ทั้งชายหญิงเด็กเล็กและผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากการสู้รบและมีการเสียชีวิตทุกวันท่านต่อสู้กับทหารพม่าด้วยกำลังที่มีอยู่ทั้งหมด

นายเมือง

7. นายเมือง   เป็นคนบ้านศรีบัวทอง เมืองสิงห์บุรี ร่วมกับนายอิน นายโชติ นายแท่น และชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง ลวงทหารพม่าไปฆ่า และท่านเป็นคนไปนิมนต์พระอาจารย์ธรรมโชติ จากแคว้นเมืองสุพรรณ มาอยู่วัดโพธิ์เก้าต้น ค่ายบางระจัน นายเมืองเป็น 1 ใน 11 ผู้นำชาวบ้านในค่าย ที่คุมคนออกต่อสู้กับพม่า จนกระทั้งเสียชีวิตในสนามรบ

ขุนสรรค์

8. ขุนสรรค์  จากเมืองสรรค์บุรี ท่านได้รวบรวมชาวบ้านต่อสู้กับทหารพม่าที่ยกทัพมาทางเมืองอุทัยธานี ท่านมีฝีมือในการยิงปืน เมื่อท่านกับชาวบ้านต่อต้านทหารพม่าไม่ไหวจึงชักชวนชาวบ้านมารวมกันที่บางระจัน และได้ร่วมรบกับชาวบ้านศรีบัวทอง ชาวเมืองวิเศษชัยชาญ ชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่ วัดโพธิ์เก้าต้นค่ายบางระจัน และท่านได้ให้ชาวบ้านรวบรวมอาวุธต่าง ๆ ที่ยึดได้จากทหารพม่าในการรบครั้งก่อน ๆ ที่ได้รับชัยชนะ ครั้งหนึ่งท่านได้รวมกับนายจันหนวดเขี้ยว ท่านได้คุมพล 100 คน ตีทัพของ อาคา บัญคญี แตกพ่าย และได้ร่วมรบอยู่ในค่าย จนกระทั้งเสียชีวิตในสนามรบ

นายดอก

9. นายดอก  อยู่เมืองวิเศษชัยชาญ เมื่อกองทัพพม่ายกมาล้อมกรุงศรีอยุธยา แม่ทัพพม่าสั่งให้กองทัพออกตีหัวเมืองต่าง ๆ เมืองวิเศษชัยชาญจึงอยู่ในเป้าหมาย เมืองกองทัพพม่าเข้าตีเมืองวิเศษชัยชาญแตก นายดอกจึงชักชวนชาวบ้านไปอยู่บ้านตลับ คือบ้านตลับ ในปัจจุบัน กองทัพพม่าเที่ยวออกลาดตะเวนเป็นบริเวณกว้าง ทำให้ชาวบ้านเดือนร้อน เพราะถูกทหารพม่าข่มเหงจึงชักชวนมาอยู่ วัดโพธิ์เก้าต้น ค่ายบางระจัน นายดอกเป็นผู้นำชาวบ้าน ท่านได้ร่วมรบกับชาวบ้านบางระจัน กองทัพพม่าบุกเข้าได้แล้ว ทำให้ท่านเสียชีวิตในสนามรบ

นายจันทร์หนวดเขี้ยว

10. นายจันหนวดเขี้ยว ท่านเป็นคนบางระจัน เดิมเป็นคนชื่อจัน ชอบไว้หนวดและแต่งหนวดให้งอนดูเหมือนเขี้ยว  ชาวบ้านทั่วไปจึงเรียนท่านว่า นายจันหนวดเขี้ยว ท่านเป็นผู้กล้าหาญมีฝีมือในการต่อสู้ เป็นเหมือนครูฝึกประจำหมู่บ้านให้เด็กหนุ่มสาว เมื่อทหารพม่ามาข่มเหงชาวบ้าน ท่านจึงออกช่วยชาวจึงเกิดการต่อสู้ เด็กหนุ่มที่ท่านฝึกให้รวมพลังกันรบทหารพม่าได้รับชัยชนะ ท่านจึงให้พวกชาวบ้านไปรวมตัวกันอยู่ที่วัดโพธิ์เก้าต้น ครั้งหนึ่งกองทัพพม่ายกกำลังมามาก ท่านให้กองสอดแนมในค่ายออกไปดูกำลังพลพม่าที่ยกมา เมื่อท่านทราบว่ากำลังพลไล่เลี่ยกัน จึงคุมกำลัง 100 คน แบ่งออกเป็น 2 พวก เข้าตีกองทัพพม่า อาคา บัญคญี แม่ทัพพม่าจนเสียชีวิตในที่รบ ครั้งสุดท้ายพม่าเปลี่ยนวิธีการรบ คือสร้างค่ายเป็นสามค่ายมาเรื่อย ๆ และยิงปืนใหญ่ออกมา ไม่ต้องออกมารบ จึงสร้างความกดดันให้ชาวบ้านบางระจันเป็นอย่างมาก นายจันหนวดเขี้ยวพร้อมกับชาวบ้านเข้าตีค่ายพม่า ในค่ายพม่ามีสุกี้เป็นแม่ทัพ ท่านถูกทหารพม่าฆ่าตายในสนามรบ

ทองเหม็น

11. นายทองเหม็น   ท่านเข้าร่วมในค่ายบางระจันและเป็นอีกท่านหนึ่งที่ร่วมวางแผนในการรบครั้งที่ 4 ท่านทำหน้าที่เป็นปีกขวา ร่วมกับนายโชติ นายดอก นายทองแก้ว คุมพล 200 คน ไปข้ามคลองบ้านขุนโลก ตีโอบหลังข้าศึก ผลทำให้พม่าแตกพ่าย และได้ฆ่าทัพพม่าคือ สุรินทร์จอข่อง ครั้งสุดท้ายพม่าทำการรบแต่ในค่ายโดยยิงปืนใหญ่ออกมา นายทองเหม็นสุดที่จะทนร่วมกับพวกชาวบ้านบางระจันจำนวนหนึ่ง นายทองเหม็นจึงได้ขี่กระบือเผือกตะลุยฝ่าค่ายพม่า จึงเสียทีถูกพม่าจับฆ่าตาย

 

Posted in ชาวบ้านบางระจัน | Tagged | 2 Comments